casino เล่นโป๊กเกอร์อย่างไรให้ได้ “เงิน” บนเว็บพนันออนไลน์

casino โป๊กเกอร์ (Poker) เป็นเกมที่ได้รับความนิยมบน เว็บพนันออนไลน์เป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นถึงเกมที่ได้ถูกนำไปทำการแข่งขันชิงรางวัลมากมายอีกด้วย ซึ่งการเล่นนี้เองทำให้เกิดอาชีพโป๊กเกอร์ขึ้นในหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็น นอร์เวย์ , สวีเดน , เดนมาร์ก , ฟินแลนด์ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะโด่งดังในในโซนของยุโรป และอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

 

casino มารู้จักโป๊กเกอร์บนเว็บพนันออนไลน์

โป๊กเกอร์ เป็นการเกมการพนันที่มีชื่อเสียง ทำให้เป็นที่รู้จักของเหล่าบรรดานักลงทุนทั้งหลาย มีวิธีการเล่นที่ง่ายๆ สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ก่อนลองเล่นนั้นก็ต้องศึกษาข้อมูล ข่าวบอล ข่าวกีฬา แนะนำเว็บพนันออนไลน์ ทำความรู้จักก่อนค่ะ โดยในการเล่นจะเป็นการแจกไพ่คนละ 2 ใบ นำไปบวกรวมเข้ากับไพ่กองกลางที่เปิดออกมาอีก 5 ใบ แล้วรวมแต้มให้ได้สูงที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะไปค่ะ

casino

คำศัพท์โป๊กเกอร์เบื้องต้นที่ควรรู้

1. BOARD เป็นไพ่ที่อยู่กองกลาง มีจำนวน 5 ใบ ที่เราจะนำไพ่ในมือของเรา 2 ใบ มาสผสมกันให้เป็น 5 ใบให้ได้แต้มที่ดีที่สุด โดยที่เริ่มจากเปิด 3 ใบแรกที่รอบ Flop ใบที่ 4 เปิดในรอบ Turn และใบที่ 5 เปิดในรอบ River

2. BOTTON คือผู้ที่ได้เล่นเป็นคนสุดท้าย ในรอบ Flop , Turn , River เรียงตามลำดับ

3. SMALL BLIND คือตำแหน่งที่ต้องเดิมพันครึ่งนึง

4. BIG BLIND คือผู้เล่นที่อยู่ทางซ้ายมือของ small blind ต้องวางเงินเต็มจำนวน

5. POT คือเงินเดิมพันรวมทั้งหมด

6. FOLD คือการหมอบไพ่ หรือไม่อยากสู้ในตานั้นๆ

7. CHECK คือการที่ผู้เล่นไม่เพิ่มเงินเดิมพัน และขอผ่านให้คนอื่นเล่นต่อ

8. RAISE คือการลงเงินในการเดิมพันเพิ่ม

9. CALL คือการสู้โดยเพิ่มเงินเดิมพันให้มีจำนวนเท่ากับผู้เล่นที่เล่นก่อนเรานั่นเอง

 

casino วิธีการเล่นโป๊กเกอร์บนเว็บพนันออนไล์อย่างไรให้ชนะ

ในการเล่นจะมีผู้เล่นตั้งแต่ 2 – 10 คน ในแต่ละโต๊ะ ซึ่งก่อนที่จะเริ่มเล่น ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งซ้ายมือของ botton เรียกว่า small blind และถัดมาคือตำแหน่ง big blind โดยที่ big blind ต้องวางเงินเดิมพันเต็มจำนวน ส่วนของ small blind ต้องวางเงินเดิมพันเป็นครึ่งหนึ่ง ต่อมาในการเล่นผู้เล่นทุกคนในโต๊ะจะได้รับการแจกไพ่ให้คนละจำนวน 2 ใบ โดยไพ่ในมือที่ได้รับมามีกติกาว่าต้องปิดไม่ให้ผู้อื่นเห็น ซึ่งเรียกว่า Hole Card และหลังจากที่ทุกคนได้ไพ่ครบจำนวนแล้ว คนที่จะได้เริ่มเล่นเป็นคนแรกคือ คนที่อยู่ในตำแหน่งถัดจาก big blind เมื่อตรวจสอบดูไพ่ของตัวเองแล้วแต้มไม่น่านำไปสู้ได้ ผู้เล่นก็สามารถหมอบได้โดยที่ไม่ต้องวางเงินเดิมพัน แต่ในกรณีนี้ก็จะทำให้เราไม่ได้รับเงินเดิมพันหลังจบเกมนี้เช่นกันค่ะ หากว่าได้ไพ่ในมือดีเราคิดว่าสามารถสู้ได้ ก็สามารถเพิ่มเงินเดิมพันขึ้นอีกได้ เมื่อมีคนร่วมเล่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป คนที่มีหน้าที่แจกไพ่จะเริ่มเปิดไพ่จำนวน 3 ใบบนโต๊ะกองกลาง ที่เรียกว่า flop เมื่อไพ่ 3 ใบเปิดขึ้นมาแล้ว ผู้เล่นคนแรกที่อยู่ในตำแหน่ง small blind จะเป็นคนเล่นก่อน ในกรณีที่ small blind ได้หมอบไพ่ไปก่อนแล้วในรอบ flop ก็จะให้คนเล่นที่อยู่ถัดไปทางซ้ายมือเล่นก่อนค่ะ ผู้เล่นสามารถ check เพื่อผ่านให้คนถัดไปเล่นโดยไม่ต้องลงเงินเดิมพันเพิ่ม หรือจะ raise เพิ่มจำนวนเงินเดิมพันลงไปหากมั่นใจว่าไพ่ที่อยู่ในมือดีที่สุด หรือ fold ในกรณีที่ไม่อยากจะสู้หรือคิดว่าสู้ไม่ไหวแน่นอน ต่อมาไพ่อีก 1 ใบ จะถูกเปิดออก เรียกว่า turn คือไพ่ใบที่ 4 ในกองกลาง ก็ให้ผู้เล่นทำการวางเดิมพันสู้กันต่อไป และไพ่ใบที่ 5 ใบสุดท้ายจะถูกเปิด เรียกว่า river เมื่อไพ่ในกองกลางเปิดครบจำนวน 5 ใบแล้ว รวมกับไพ่ในมือเราอีกจำนวน 2 ใบ ถ้าผู้เล่นคนไหนรวมแต้มแล้วได้ไพ่ในมือดีที่สุด ก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะไปและได้รับเงินรางวัลกองกลางทั้งหมดไปเลยค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าในกรณีที่มีผู้เล่นได้แต้มเสมอกัน ไพ่ออกมาเหมือนกันและตัวคุมก็เท่ากัน ก็จะต้องนำเงินกองกลางแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน

วิธีดูลำดับไพ่โป๊กเกอร์

  • ROYAL FLUSH คือ ไพ่ A , J , Q , K , 10 และเป็นไพ่ที่มีดอกเหมือนกันทุกใบ
  • STRAIGHT FLUSH คือ ไพ่ที่เรียงลำดับกัน และมีดอกเหมือนกัน เช่น 3 , 4 , 5 , 6 , 7 เป็นไพ่ดอกเป็นข้าวหลามตัดเหมือนกัน
  • FOUR Of A KIND คือ ไพ่ที่มีแต้มเดียวกัน 4 ใบ เช่น 4 ดอกจิก , 4 ข้าวหลามตัด , 4 โพแดง , 4 โพดำ เป็นต้น
  • FULL HOUSE คือ ไพ่ที่มีไพ่ตอง 3 ใบ และไพ่คู่ 2 ใบ เช่น 10 ดอกจิก , 10 ข้าวหลามตัด , 10 โพดำ , 5 ดอกจิก , 5 โพแดง เป็นต้น
  • FLUSH คือ ไพ่ที่มีดอกเหมือนกัน จำนวน 5 ใบ เช่น 3 , 5 , 6 , 7 , 9 เป็นดอกจิกทั้งหมด เป็นต้น
  • STRAIGHT คือ ไพ่ที่แต้มเรียงติดต่อกัน จำนวน 5 ใบ เช่น 3 , 4 , 5 , 6 , 7 ดอกไพ่ไม่เหมือนกัน เป็นต้น
  • TREE OF KIND คือ ไพ่ที่แต้มเหมือนกัน จำนวน 3 ใบ เช่น 5 ดอกจิก , 5 ข้าวหลามตัด , 5 โพแดง เป็นต้น
  • TWO PAIRS คือ ไพ่ที่แต้มเหมือนกัน 2 ใบ จำนวน 2 คู่ เช่น 10 ดอกจิก , 10 โพแดง , 5 ข้าวหลามตัด , 5 โพดำ เป็นต้น
  • ONE PAIR คือ ไพ่ที่แต้มเหมือนกัน 2 ใบ จำนวน 1 คู่ เช่น 2 ข้าวหลามตัด , 2 ดอกจิก เป็นต้น
  • HIGH CARD คือ ไพ่ที่ไม่เข้ากันกับพวกทั้งหมดที่ได้กล่าวข้างต้น ดูเพียงแค่ไพ่ที่มีแต้มสูงสุด

ลำดับของการเรียงไพ่ จากใหญ่ที่สุดไปถึงเล็กสุด มีดังนี้

เริ่มต้นที่ A , K , Q , J , 10 , 9 , 8 , 7 , 6 , 5 , 4 , 3 , 2 ตามลำดับนี้เลยค่ะ